CarouSlide - carousel slideshow plugin for jQuery.
หน้าแรก | กิจกรรม | เซ็นสมุดเยี่ยม | กระดานสนทนา | เป็นสมาชิกของเรา  

        หน้าแรก > เว็บบอร์ด > กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย > หัวข้อ:พัฒนาการทักษะการอ่านตามวัยของเด็ก

กระโดดไปที่
ท่านควรล็อกอินเข้าระบบก่อนเพิ่อ ตอบหัวข้อนี้ หรือเพิ่อเริ่มหัวข้อใหม่
หน้า [1]
พัฒนาการทักษะการอ่านตามวัยของเด็ก , ถูกอ่าน 4721 ครั้ง, 0 ตอบ
User Avata

โดย : 9Thume
เลเวล 6
เข้าร่วม:8  ก.ย.  2553 19:05:26
23 หัวข้อ, 23 ตอบ


      เด็กเกิดมาพร้อมกับสมองที่มีเซลล์ประสาทและเซลล์พี่เลี้ยงจำนวนมาก สมองมีการสร้างวงจรเชื่อมต่อ(synapse)อย่างต่อเนื่องขณะที่เด็กมีประสบการณ์ การเรียนรู้ ซึ่งวงจรประสาทพื้นฐานจำนวนมากเกิดขึ้นในช่วง 3 ปีแรกของชีวิต หากขาดประสบการณ์ไม่มีการเชื่อมต่อในวงจรส่วนที่สร้างเตรียมไว้ ในที่สุดวงจรเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไป(pruning) โดยครึ่งหนึ่งของวงจรจะหายไปที่อายุ 15 ปี ในระหว่างนี้วงจรเกี่ยวกับประสาทสัมผัส (เช่น การได้ยิน การมองเห็น เป็นต้น)จะถูกปรับแต่ง(sensory pruning) โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากประสบการณ์ของเด็ก14 ดังนั้นความสามารถในการอ่านของเด็ก นอกจากจะเป็นผลจากการพัฒนาของการทำงานของสมองซึ่งเกิดขึ้นตามวัย ประสบการณ์การเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการช่วย วางรูปแบบของการทำงานของสมองด้านการอ่าน พบว่าปัจจัยด้าน“เศรษฐานะ(socioeconomic status)” ซึ่งได้แก่ การศึกษา อาชีพของผู้ดูแลเด็ก และรายได้ของครอบครัว เป็นปัจจัยสำคัญที่บ่งบอกถึงโอกาสที่เด็กจะได้รับประสบการณ์การอ่านทั้งใน ด้านปริมาณและคุณภาพ ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการอ่านของเด็ก7

จุดเริ่มต้นของทักษะการอ่านของเด็กเริ่มตั้งแต่วัยทารก โดยในช่วงวัย 6 – 8 เดือนแรกเด็กทุกคนเริ่มสามารถรับรู้ความแตกต่างของหน่วยเสียงที่มีอยู่ในทุก ภาษาทั่วโลกได้ และก่อนอายุ 10 เดือนเด็กจะเริ่มปรับความสามารถให้เข้ากับหน่วยเสียงและไวยากรณ์ของภาษาของ ผู้เลี้ยงดู หลังจากอายุ 10 เดือนความสามารถดังกล่าวจะจำกัดเฉพาะอยู่ในภาษาของผู้เลี้ยงดู15 เช่น เด็กทารกชาวญี่ปุ่นจะมีความสามารถในการแยกแยะความแตกต่างระหว่างเสียง /r/ และ /l/ ได้ ซึ่งความสามารถดังกล่าวจะจำกัดและยากมากขึ้นในผู้ใหญ่ชาวญี่ปุ่น14 หลังจากนั้นทักษะทางการอ่านจะมีการพัฒนาต่อเนื่องไปตลอดชีวิตดังตารางที่ 1 ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากการศึกษาของประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ และให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนเรื่องการแยกแยะเสียงของคำพูด (ตัวอย่างดังแผนภูมิที่ 2 ) อันเป็นปัจจัยหลักขั้นพื้นฐานสำหรับการอ่าน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนจะมีการเชื่อมโยงเสียงกับตัวอักษร(phonic instruction) และการอ่านสะกดคำต่อไป ซึ่งต่างจากระบบการเรียนการสอนอ่านภาษาไทยในปัจจุบันที่ไม่ได้เน้นเรื่องของ ทักษะการแยกแยะเสียงตั้งแต่ช่วงชั้นปฐมวัย แต่จะเน้นเรื่องของการสอนพยัญชนะ แม้การเชื่อมโยงเสียงต้นกับตัวพยัญชนะ(เช่น กอ - ก, ขอ - ข) อาจหมายถึงการสอนพื้นฐานการแยกแยะเสียงบ้าง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะช่วยให้เด็กพัฒนาการอ่านได้ดี นอกจากนี้ พยัญชนะของไทยซึ่งมีจำนวนรวมทั้งหมด 44 ตัว บางตัวไม่ได้นำมาใช้บ่อย ๆ เช่น ฬ, ฏ, ฎ บางตัวมีเสียงซ้ำกัน เช่น น กับ ณ หรือ ท กับ ธ เป็นต้น ขณะที่พยัญชนะบางตัวมีเสียงเดียวกัน แต่มีความสูงต่ำของเสียง (tone) ต่างกัน เช่น ข กับ ค ซึ่งในระบบเสียงสากลพยัญชนะทั้งสองตัวมีเสียงต้นคือ /kh/ เป็นต้น ดังนั้นการนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในเด็กไทยอาจต้อง ใช้ด้วยความระมัดระวัง

กิตติพงศ์ มาศเกษมและคณะได้ศึกษาทักษะการอ่านของเด็กที่เริ่มเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในเขตกรุงเทพมหานครจำนวน 312 คนพบว่ามีเด็กจำนวนเพียงร้อยละ 24.7 และ 10.3 ที่มีความสามารถในการแยกแยะเสียงจากการทดสอบการเลือกคำที่มีเสียงต้นคำ เหมือนกัน(initial sound matching)และการเลือกคำที่มีเสียงต้นคำต่างกัน(onset sound oddity)ได้หมดทุกข้อตามลำดับ และมีเด็กเพียงร้อยละ 0.6 ที่สามารถอ่านออกเสียงพยัญชนะไทยได้ถูกต้องทุกตัว16 อย่างไรก็ตามพื้นฐานของภาษาไทยและภาษาอังกฤษมีหลักพื้นฐานคล้ายกัน เนื่องจากเป็นภาษาที่คำเกิดจากหน่วยเสียงย่อยรวมกัน(phonetics – based language) ดังนั้นข้อมูลจากการศึกษาของภาษาอังกฤษจึงน่าจะนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างความเข้าใจปัญหาการอ่านของเด็กไทยได้มากพอสมควร

ตารางที่ 1 พัฒนาการทักษะการอ่านของเด็ก(ดัดแปลงจากเอกสารอ้างอิงที่ 8, 17 )

วัยทารก(infant) : 1 ขวบปีแรก- 6 – 8 เดือนแรกเด็กทุกคนเริ่มสามารถรับรู้ความแตกต่างของหน่วยเสียงที่มีอยู่ในทุก ภาษาทั่วโลกได้
- ก่อนอายุ 10 เดือนเด็กจะเริ่มปรับความสามารถให้เข้ากับหน่วยเสียงและไวยากรณ์ของภาษาแม่ หรือผู้เลี้ยงดู
- หลังจากอายุ 10 เดือนความสามารถดังกล่าวเริ่มจำกัดการพัฒนาอยู่เฉพาะในภาษาแม่

วัยเตาะแตะ(toddler) : 1 – 3 ปี
- เด็กให้ความสนใจเสียงที่เด็กไม่สามารถพูดได้
- แสดงความสนใจเสียงหรือกลุ่มเสียงที่เหมือนกันเมื่อมีการอ่านกลอน หรือเล่าเรื่องนิทานที่มีคำคล้องจอง
- เริ่มมีการเชื่อมโยงเสียงกับตัวอักษร เช่น เมื่อเด็กอ่านหนังสือกับผู้เลี้ยงดู เด็กจะชี้และพยายามออกเสียงตามตัวอักษร หรือใช้คำจากภาษาพูดเพื่อเชื่อมโยงเสียงกับตัวอักษร เช่น /d/daddy, /b/bee, /ก/ไก่, /จ/จาน

วัยก่อนเรียนระยะต้น (early preschool) : อายุ 3 – 4 ปี
- มีความสนใจเสียงต่าง ๆ ของภาษา โดยเฉพาะ “คำคล้องจอง”(rhyme) ที่มีในเพลง
- บอกตัวอักษรได้ 10 ตัว โดยเฉพาะตัวอักษรที่อยู่ในชื่อของเด็ก

วัยก่อนเรียนระยะปลาย (late preschool) : อายุ 4 – 5 ปี
- สามารถแยกพยางค์ในคำที่ฟังได้ (ร้อยละ 50 เด็กสามารถบอกจำนวนพยางค์ในคำที่ฟังได้)
(เช่น แก้วน้ำ  แก้ว – น้ำ, water  wa – ter เป็นคำที่มีสองพยางค์ เป็นต้น)
- เริ่มแยกหน่วยเสียงย่อย(phoneme)ในคำที่ฟังได้ (ร้อยละ 20 เด็กสามารถบอกจำนวนหน่วยเสียงย่อยในคำที่ฟังได้)

วัยอนุบาลตอนต้น(beginning kindergarten) : อายุ 5 – 5(1/2) ปี
- สามารถเปรียบเทียบคำสองคำที่ฟังว่าคล้องจองกันหรือไม่
(เช่น กา – ขา, cat – bat)
- สามารถบอกคำที่มีเสียงคล้องจองกับคำที่ฟังได้
- สามารถบอกตัวอักษรได้เกือบทุกตัว

วัยจบชั้นอนุบาล(end of kindergarten) : อายุ 5(1/2) – 6 ปี
- มีความสามารถบอกจำนวนพยางค์ของคำที่ฟังได้มากขึ้น (ร้อยละ 90 ของเด็กสามารถทำได้)
- มีความสามารถในการเลือกคำที่ฟัง 3 คำที่มีหน่วยเสียงต้นคำเหมือนกับคำที่กำหนด
(เช่น จงเลือกคำที่มีเสียงต้นเหมือนกับคำว่า “กา” : ไก่, แมว, ปู :
Tell me which word begins with the same first sound as “bat” : car, boat, dog)
- มีความสามารถในการเลือกคำที่ฟัง 3 คำที่มีหน่วยเสียงต้นต่างจากพวก
(เช่น จงเลือกคำที่มีเสียงต้นต่างจากพวก : กา, ไก่, แมว ;
Tell me which word begins with a different sound : me, pot, man
- สามารถออกเสียงต้นของของคำได้
(เช่น จงบอกเสียงต้นของคำว่า “กา” : /ก/
Say the first sound of “moon” : the answer is /m/)
- ร้อยละ 70 – 80 ของเด็กสามารถบอกจำนวนหน่วยเสียงย่อยในคำได้
(เช่น คำว่า “กา” ประกอบด้วยเสียงกี่เสียง : คำตอบคือ 2 เสียง (/ก/ และ /-า/)
How many sounds do you hear in “me”? : the answer is two (/m/ and /i :/) )
- สามารถผสมหน่วยเสียงย่อยเป็นคำได้
(เช่น เสียง /ก/ รวมกับเสียง /-า/ เป็นคำว่าอะไร? : คำตอบคือคำว่า “กา”
What word do the sounds /m/ and /i :/ make? : the answer is “me “)
- สามารถบอกชื่อตัวอักษรได้ทุกตัว
- รู้จักเสียงที่แทนตัวอักษรเกือบทุกตัว
- เข้าใจหลักการของตัวอักษร(alphabetic principle) : เข้าใจว่าลำดับตัวอักษรแต่ละตัวในคำที่อ่านแทนจำนวนและลำดับเสียงของคำ
- เริ่มอ่านสะกดคำง่าย ๆ ได้
- เขียนตัวอักษรได้หลายตัว
- เขียนชื่อและนามสกุลของตนองได้ รวมถึงชื่อของคนใกล้ชิด

วัยจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (first grade accomplishment) : อายุ 6 – 7 ปี
- สามารถบอกจำนวนเสียงย่อยมากขึ้นในคำที่ฟังได้
(เช่น คำว่า “จาน” ประกอบด้วยเสียงกี่เสียง ? : คำตอบคือ 3 เสียง (/จ/, /-า/ และ/น/)
Can you count the sounds you hear in “man”? : the answer is three”
- สามารถบอกคำที่เหลือเมื่อตัดเสียงต้นของคำที่ฟังที่มีสามหน่วยเสียงได้
(เช่น บอกคำที่ตัดเสียงต้นจากคำว่า “จาน” : คำตอบคือ “อาน” ในภาษาไทยเสียงต้นของสระคือ อ
Say “cat” without saying the /c/ : the answer is “at”)
- สามารถผสมหน่วยเสียงย่อยสามเสียงเป็นคำได้
(เช่น เสียง /จ/ รวมกับเสียง /-า/ และ /น/ เป็นคำว่าอะไร? : คำตอบคือคำว่า “จาน”
What word do the sounds /b/, /æ/ and /t/ form? : the answer is “bat”)
- สามารถอ่านออกเสียงอย่างเข้าใจและถูกต้องสำหรับเนื้อหาที่เหมาะกับระดับชั้น
- สามารถเชื่อมโยงเสียงกับตัวอักษรเพื่อใช้ในการอ่านสะกดคำที่ไม่เคยเห็นได้
- มีคลังคำศัพท์สำหรับการอ่านประมาณ 300 – 500 คำ
- สามารถอ่านคำสั่งง่าย ๆ ได้
(เช่น “เปิดประตู” เป็นต้น)

วัยจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 (second grade accomplishment) : อายุ 7 – 8 ปี
- สามารถเชื่อมโยงเสียงกับตัวอักษรในการอ่านสะกดคำที่ไม่เคยเห็นได้อย่างต่อ เนื่อง
- เริ่มเรียนรู้การแยกพยางค์จากคำที่มีหลายพยางค์ได้
- สามารถอ่านคำที่มีหลายพยางค์ได้อย่างถูกต้อง
- เริ่มอ่านได้อย่างถูกต้อง คล่องแคล่ว
- สามารถอ่านและทำความเข้าใจเนื้อหาที่เหมาะกับระดับชั้น
- สามารถออกเสียงได้ถูกต้องเวลาสะกดคำ
- อ่านอย่างเป็นธรรมชาติ

วัยจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 (third grade accomplishments) : อายุ 8 – 9 ปี
- สามารถอ่านได้อย่างถูกต้อง คล่องแคล่ว และทำความเข้าใจเนื้อหาที่เหมาะกับระดับชั้น
- สามารถอ่านเนื้อหาได้ยาวและมากขึ้น
- สามารถสรุปความจากเนื้อหาที่อ่านได้
- สามารถใช้พจนานุกรมในการเรียนรู้ความหมายคำที่ไม่เคยเห็นได้

วัยจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เป็นต้นไป (fourth grade and above accomplishments) : อายุ 9 ปีขึ้นไป
- สามารถอ่านเพื่อการเรียนรู้ได้
- สามารถอ่านเพื่อความบันเทิงหรือหาข้อมูลได้

เด็กที่มีความบกพร่องทักษะด้านการอ่าน(dyslexia)หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่องทักษะพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการอ่าน โดยเฉพาะความสามารถในการแยกแยะเสียงไม่เป็นไปตามวัย ในปัจจุบันมีข้อมูลที่สนับสนุนว่ากลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทักษะด้านการ อ่านคือ กลุ่มที่อยู่ด้านปลายของกราฟที่เป็นความสามารถในการอ่านของประชากรทั่วไปวัย เดียวกัน ซึ่งมีการกระจายตัวแบบระฆังคว่ำ(bell curve) หรือมีคะแนนความสามารถในการอ่านต่ำกว่า 2 เท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน18 อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยในปัจจุบันซึ่งยังใช้กันอย่างกว้างขวางเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป คือ การที่มีความสามารถต่ำกว่าชั้นเรียนตามวัยอย่างน้อย 2 ชั้นปี ทำให้ไม่สามารถวินิจฉัยและช่วยเหลือกลุ่มเด็กที่มีทักษะด้านการอ่านล่าช้า ผิดปกติหรือ dyslexia ได้ก่อนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 แม้จะเป็นที่ทราบกันดีว่าเด็กจำนวนมากเริ่มมีปัญหาด้านทักษะการอ่านต่างจาก เพื่อนวัยเดียวกันตั้งแต่ชั้นอนุบาลหรือประถมปีที่ 1 อย่างไรก็ตาม หากกุมารแพทย์ในเวชปฏิบัติให้ความสำคัญกับการค้นหาเด็กในกลุ่มเสี่ยงร่วมกับ การให้การช่วยเหลือตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก(ก่อนชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 3 ) จะสามารถช่วยให้เด็กกลุ่มดังกล่าวมีทักษะในการอ่านเพิ่มขึ้นเต็มที่ตาม ศักยภาพได้ง่ายกว่า19-21 โดยอาจใช้ทักษะเบื้องต้นของเด็กตามวัยเป็นตัวประเมินติดตาม ในต่างประเทศมีการใช้แบบทดสอบเพื่อประเมินความสามารถในการแยกแยะเสียง ความรู้เรื่องตัวอักษร(letter knowledge) ความสามารถในการบอกคำศัพท์อย่างรวดเร็ว(rapid automatic naming) เป็นตัวประเมินทักษะการอ่านได้ตั้งแต่ในระดับชั้นอนุบาล20,21 ในประเทศไทยมีแบบทดสอบประเมินทักษะการเรียนที่ดัดแปลงจากแบบทดสอบ Wide Range Achievement Test (WRAT) ของประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ยังขาดการทดสอบความสามารถในการแยกแยะเสียง ซึ่งต้องการการพัฒนาในอนาคต

IP Address:111.84.116.27 เมื่อ: 8  พฤศจิกายน  2553 เวลา 19:59:08 น.
ท่านควร ล็อกอิน เข้าระบบก่อน
หน้า [1]

กระโดดไปที่
ท่านควรล็อกอินเข้าระบบก่อนเพิ่อ ตอบหัวข้อนี้ หรือเพิ่อเริ่มหัวข้อใหม่
        หน้าแรก > เว็บบอร์ด > กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย > หัวข้อ:พัฒนาการทักษะการอ่านตามวัยของเด็ก
โรงเรียนบ้านราษฏร์เจริญ เลขที่ 128 หมู่ 7 ตำบลอ่างศิลา อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี 34110, โทรศัพท์และโทรสาร 045-370219
ออกแบบและสรรสร้างโดย 'ศิษย์เก่า' ,admin@rajareon.ac.th
©Copyright All Reserved 2014 www.rajareon.ac.th Push 2 Check